การทำ Affiliate Marketing เรียนรู้การจ่ายค่าตอบแทนในการทำแอฟฟิลิเอท มาร์เก็ตติ้ง

การทำ Affiliate Marketing อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Affiliate Marketing (แอฟฟิลิเอท มาร์เก็ตติ้ง) คือการใช้ตัวแทนในการเผยแพร่สินค้าหรือบริการต่างๆ ผ่านออนไลน์ และจ่ายค่าตอบแทนให้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน ทั้งนี้ แต่ละแห่งจะมีรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของธุรกิจที่เราไปรับโปรโมตด้วย เช่น จ่ายตามจำนวนสินค้าที่ขายได้ หรือจ่ายตามการคลิก ซึ่งคนที่สนใจอยากทำ Affiliate Marketing ทั้งในฐานะเจ้าของสินค้าที่ต้องการโฆษณา (Advertiser) หรือตัวแทน (Publisher) ต้องเรียนรู้การจ่ายค่าตอบแทนในการทำ Affiliate Marketing ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 วิธีใหญ่ๆ คือ

1. Pay Per Impression (PPM) เป็นการจ่ายค่าตอบแทนตามการมองเห็นโฆษณา โดยที่ไม่ต้องคลิกเข้าไปดูในเว็บไซต์ปลายทาง บริษัทจะจ่ายเงินให้โดยกำหนดจำนวนครั้งขั้นต่ำ เช่น เรานำแบนเนอร์โฆษณาจากบริษัท A ไปวางบนหน้าเว็บไซต์ของเรา เมื่อมีคนเข้าชมและเห็นโฆษณานี้ 500 ครั้ง จะให้ค่าตอบแทนจำนวนหนึ่งที่เหมาะสม เหมาะสำหรับตัวแทนที่มีเนื้อหาดึงดูดจนมีผู้เข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก มาก เช่น เว็บไซต์การจัดการการเงิน หารายได้เสริม ซึ่งมีคนค้นหาเรื่องเหล่านี้เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

2. Pay Per Click (PPC) เป็นการจ่ายค่าตอบแทนให้ตามจำนวนการ
คลิก เช่น เรานำแบนเนอร์โฆษณาจากบริษัท B ไปวางไว้บนเว็บไซต์ของเรา เมื่อมีคนเยี่ยมชมและคลิกเข้าไปที่แบนเนอร์นั้น และเราจะได้ค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการซื้อสินค้าใดๆ ซึ่งการทำ Affiliate Marketing รูปแบบนี้ จะเหมาะสำหรับตัวแทนที่มีเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมากเช่นกัน

affiliate marketing pay per click

3. Pay Per Sale (PPS) เป็นการจ่ายค่าตอบแทนให้เมื่อมีการคลิกและซื้อสินค้านั้น คนส่วนมากคุ้นเคยการทำ Affiliate Marketing ในรูปแบบนี้ เพราะเหมือนกับรูปแบบนายหน้าขายสินค้าที่เคยมีมาในอดีต แค่เปลี่ยนรูปแบบจากการขายแบบออฟไลน์เป็นออนไลน์ เหมาะสำหรับตัวแทนที่มีเว็บไซต์เนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเภทสินค้า เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงสินค้าที่พูดถึงในเว็บไซต์นั้นได้ การจ่ายค่าตอบแทนสามารถจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย หรือกำหนดค่าตอบแทนให้ตายตัว

affiliate marketing pay per sale

เช่น เรานำแบนเนอร์สินค้าจากบริษัท C ไปวางบนเว็บไซต์ของเรา โดยมีเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนคือ 2.5% ของยอดขาย คนเยี่ยมชมจะต้องคลิกซื้อสินค้าจาก Link ของเราเท่านั้น เราถึงจะได้ค่าตอบแทน แต่คลิก Link แต่ยังไม่ซื้อทันที ระบบ Affiliate Marketing จะมีคุ้กกี้ช่วยจดจำข้อมูลของคนเยี่ยมชม ซึ่งปกติแล้วคุกกี้จะมีอายุการเก็บข้อมูลประมาณ 7 วัน หากคนเยี่ยมชมกลับมาซื้อสินค้าภายใน 7 วัน เราจะยังได้ค่าตอบแทนอยู่ แต่ถ้าคนเยี่ยมชมไม่กลับมาซื้อภายใน 7 วัน หรือไปคลิกซื้อจาก Link อื่นแทน เราจะไม่ได้ค่าตอบแทนใดๆ

4. Pay Per Lead (PPL) เป็นการจ่ายค่าตอบแทนให้เมื่อมีการคลิกและลงทะเบียนสมัคร เช่น เรานำ Link ของบริษัท D ไปวางบนหน้าเว็บไซต์ของเรา เมื่อคนเยี่ยมชมคลิก Link เข้าไปที่เว็บไซต์นั้น และลงทะเบียนสมัครเรียบร้อย เราจะได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนคนที่เราแนะนำให้สมัคร การทำ Affiliate Marketing นี้จะค่อนข้างยากสำหรับบ้านเรา เพราะมีรูปแบบคล้ายกับพวกสมัครเครือข่ายลูกโซ่ที่เป็นข่าวในแง่ลบ ทำให้เราในฐานะตัวแทนอาจได้ค่าตอบแทนที่ไม่คุ้มค่าสักเท่าไร แต่เหมาะสำหรับตัวแทนที่มีเว็บไซต์รวบรวมช่องทางสมัครอะไรต่างๆ ไว้ในที่เดียวกันaffiliate marketing pay per lead

นี่เป็นตัวอย่างรูปแบบการทำ Affiliate Marketing ที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน และบางรูปแบบก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เช่น Pay Per Sale ซึ่งกลายเป็นรูปแบบที่คนนึกถึงเวลาพูดถึง Affiliate Marketing ส่วนรูปแบบไหนจะหาเงินได้มากกว่ากัน ขึ้นอยู่ช่องทางและเทคนิคการนำเสนอสิ่งที่เรามีให้คนสนใจและเข้าถึงให้ได้มากที่สุด